vB Skins    
 

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 01, 2014, 06:11:12 PM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]
 | พิมพ์ | 
ผู้เขียน หัวข้อ: แอลกอฮอร์และบุหรี่ มีผลต่อยาที่ผู้ป่วยรับประทานหรือไม่อย่างไร  (อ่าน 5298 ครั้ง)
« เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2006, 06:45:51 AM »

Global Moderator
Sr. Member
*****
 
เพศ:
กระทู้: 289
ดูรายละเอียด อีเมล์

การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา
      การดื่มแอลกอฮอล์  ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ แอลกอฮอล์จะเพิ่มอัตราการ metabolism ของยาหลายชนิด เช่น warfarin phenytoin และ tolbutamide เป็นต้น (กลไกอาจโดยการเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ในตับ) ส่วนผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งๆ ซึ่งโดยปกติเป็นผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าแอลกอฮอล์มีผลยับยั้งการทำงานของตับในการ metabolism ของยาบางชนิดได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นๆ ได้ (6, เจ๋ง เช่น
       - ยากลุ่ม Anesthetics (เช่น Diprivan, Enflurane (Ethrane), Halothane (Fluothane):  การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกฮอล์เรื้อรัง จะต้องใช้ขนาดยาเพิ่มสูงขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยสลบ นอกจากนั้นยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกทำลายของตับเนื่องจากต้องใช้ขนาดยา enflurane (Ethrane®) และ halothane (Fluothane) เพิ่มสูงขึ้น
       - ยากลุ่ม Antibiotics: การใช้ยา furazolidone, griseofulvin, metronidazole, และ anti-malarial quinacrine  ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์เป็นครั้งคราว อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ในผู้ป่วยบางรายอาจชักได้ การใช้ยา isoniazid และ rifampicin ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ จะมีผลทำให้ระดับยาในเลือดลดลง ทำให้ลดประสิทธิผลในการรักษาโรคของยา
       - ยากลุ่ม Anticoagulants เช่น Warfarin การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว จะทำให้ระดับยา warfarin ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกได้ง่าย สำหรับในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์เรื้อรัง จะทำให้ระดับยาในเลือดลดลง ทำให้ลดประสิทธิผลในการรักษาโรคของยา
       - ยากลุ่ม antidepressants: แอลกอฮอล์จะเพิ่ม sedative effect ของยากลุ่ม tricyclic antidepressant เช่น amitriptyline นอกจากนั้นยังลดฤทธิ์ของยาอีกด้วย และอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้
       - ยากลุ่มลดระดับน้ำตาลในเลือด การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จะลดประสิทธิผลของยา นอกจากนั้นยังทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และปวดศีรษะได้
       - ยากลุ่ม antihistamine เช่น diphenhydramine การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์จะเพิ่มภาวะ sedation และอาจเวียนศีรษะมากได้
       - ยากลุ่ม Antipsychotic medications เช่น chlorpromazine การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์เป็นครั้งคราว จะเพิ่ม sedative effect ของยาและอาจไปมีผล impaired coordination และ potentially fatal breathing difficulties การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์เรื้อรัง จะมีผลต่อการที่ตับถูกทำลาย
       - ยากลุ่มยากันชัก  การใช้ยา phenytoin ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว จะเพิ่มระดับยา phenytoin ในเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา  การใช้ยา phenytoin ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์เรื้อรัง จะทำให้ระดับยา phenytoin ในเลือดลดลง ทำให้ลดประสิทธิผลของยาในการควบคุมการชัก
       - ยาในกลุ่มยานอนหลับ เช่น diazepam การใช้ยาในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ drowziness (เซื่องซึม) รุนแรง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ การใช้ยา lorazepam ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอร์ จะมีผลกดการเต้นของหัวใจและรบกวนการหายใจ
       - ยากลุ่ม antiulcer medications เช่น cimetidine, ranitidine การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ยา antiulcer ออกฤทธิ์มากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงของยากลุ่มนี้มากขึ้น
       - ยากลุ่ม Cardiovascular medications เช่น nitroglycerin, apresoline, Ismelin, Propranolol เป็นต้น การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดเวียนศีรษะและเป็นลมได้มากขึ้น รวมทั้งยังมีผลลดประสิทธิภาพของยากลุ่มนี้อีกด้วย
       - ยาลดอาการปวดกลุ่มที่เป็นสารฝิ่น เช่น morphine, codeine แอลกอฮอล์ทำให้เกิดอาการง่วงมากขึ้นและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด
       - ยาลดอาการปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สารฝิ่น เช่น aspirin, ibuprofen, acetaminophen แอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการยับยั้งการแข็งตัวของเลือด และเพิ่มความเสี่ยงของการทำลายตับในผู้ป่วยระหว่าง/หลังจากรับประทานยา acetaminophen ร่วมดื่มแอลกอฮอล์
     การสูบบุหรี่  สารบางชนิดในบุหรี่ เช่น polycyclic aromatic hydrocarbon สามารถเพิ่มฤทธิ์ของเอนไซม์ในตับที่ทำหน้าที่ metabolise ยาหลายๆ ตัว เช่น theophylline, caffeine, tacrine, imipramine, amitriptyline, haloperidol, clomipramine, fluvoxamine, trazodone, diazepam, pentazocine, propranolol, flecainide, estradiol และ mexiletine   เป็นต้น ซึ่งมีผลทำให้ระดับยาในเลือดลดลง ผลของยาลดลงได้ นอกจากนั้นการสูบบุหรี่ยังมีผลเพิ่มการกำจัดยา heparin, tiotixene, fluphenazine, haloperidol, olanzapine, alprazolam, lorazepam, oxazepam, diazepam และ demethyl-diazepam  ออกจากร่างกาย การสูบบุหรี่มีผลทำให้ระดับยา chlorpromazine และ clozapine ในเลือดลดลง (7) เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่จะกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ตับทำให้ระดับยาในเลือดลดลง สารนิโคตินในบุหรี่ทำให้เกิดหลอดเลือดหดตัวบริเวณผิวหนังมีผลทำให้ลดการดูดซึมยา insulin เมื่อให้ยาโดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง  นอกจากนั้นการสูบบุหรี่ยังมีผลต่อยาที่ใช้ในส่วนของกลไกการออกฤทธิ์ของยาโดยเกี่ยวข้องกับสาร nicotine ในบุหรี่ เช่นผลทำให้ความดันโลหิตลดลงและลดอัตราการเต้นของหัวใจในผู้ที่ใช้ยากลุ่ม beta-blocker, ลดผล sedation ของยาในกลุ่ม benzodiazepine, ลดฤทธิ์ในการลดอาการปวดจากยาในกลุ่ม opioids, เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือในผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหาร และในผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด

ผู้ตอบ    ภญ.ปิยพร  ชูชีพ

เอกสารอ้างอิง   
   1.  Tatro DS. editor. Drug interaction facts. St. Louis: Facts & Comparisons, 2004: xxviii.
   2.  Hartshorn EA, Tatro DS. Principles of drug interactions. In: Tatro DS. editor. Drug interaction facts. St.Louis: Facts and Comparisons, 2000: xii-xxix.
   3.  Schein JR. Cigarette smoking and clinically significant drug interactions. Ann Pharmacother 1995; 29 (11): 1139-48. available at: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?cmd=Retrieve&db=PubMed&list_uids=8573960&dopt=Abstract access: 26/09/2006.
   4.  Zevin SBenowitz. Drug interactions with tobacco smoking. An update.Clin Pharmacnet 1999; 36  5-3. available at: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?db=pubmed&cmd=Retrieve&dopt=AbstractPlus&list_uids=10427467&query_hl=2&itool=pubmed_docsum8. access: 26/09/2006.
   5. Desai HD, Seabolt J, Jann MW. Smoking in patients receiving psychotropic medications: a pharmacokinetic perspective. CNS Drugs 2001; 15 (6): 469-94. available at: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?db=pubmed&cmd=Retrieve&dopt=AbstractPlus&list_uids=11524025&query_hl=2&itool=pubmed_docsum access: 26/09/2006.
   6. http://corp.aadac.com/alcohol/the_basics_about_alcohol/alcohol_medical_interaction_beyond_abcs.asp 30-9-49
   7. Hutchison TA, Shahan DR, Anderson ML.eds. Clozapine. DRUGDEX system. MICROMEDEX, Inc.,Greenwood Village, Colorado (Edition expires [12/2005]).
   8. http://www.rochester.edu/uhs/healthtopics/Alcohol/interactions.html.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
 | พิมพ์ | 
กระโดดไป: