vB Skins    
 

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 18, 2017, 06:36:34 AM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]
 | พิมพ์ | 
ผู้เขียน หัวข้อ: ทานยาคุมฉุกเฉินไปเม็ดแรกแล้วมีเพศสัมพันธ์อีก  (อ่าน 44583 ครั้ง)
« เมื่อ: ธันวาคม 07, 2009, 04:07:04 PM »

tar ออฟไลน์
Newbie
*
 
เพศ:
กระทู้: 1
ดูรายละเอียด

ทานยาคุมหลังจากมีเพศสัมพันธ์ในเม็ดแรกภายใน24ชม.ไปแล้ว แต่ ยังไม่ถึงเวลาทาน เม็ดที่ 2 แล้วก็มีเพศสัมพันธ์อีก และเมื่อครบเวลาเม็ดที่2 ก็ทาน
อยากถามว่า ต้องซื้อยาคุมฉุกเฉินมาทานใหม่มั้ยค่ะ กรณีที่มีเพศสัมพันธ์ตอนที่กินเม็ดแรกไป(ถุงยางหมดจึงหลั่งในค่ะ)
กรุณาตอบด้วยค่ะด่วนนะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 07, 2009, 04:09:04 PM โดย tar » บันทึกการเข้า
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2009, 10:01:31 AM »

Newbie
*
 
เพศ:
กระทู้: 30
ดูรายละเอียด อีเมล์

คำถาม
       ทานยาคุมหลังจากมีเพศสัมพันธ์ในเม็ดแรกภายใน 24 ชม.ไปแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาทานเม็ดที่ 2 แล้วก็มีเพศสัมพันธ์อีกและเมื่อครบเวลาเม็ดที่ 2 ก็ทาน อยากทราบว่าต้องซื้อยาคุมฉุกเฉินมาทานใหม่มั้ยค่ะ กรณีที่มีเพศสัมพันธ์ตอนที่กินเม็ดแรกไป (ถุงยางหมดจึงหลั่งในค่ะ)

คำตอบ
       การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน คือ วิธีการคุมกำเนิดที่ใช้ภายหลังการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริงๆ  การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน จะใช้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะในกรณีที่คุณ "พลาด" และเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์โดยไม่ต้องการเท่านั้นมันไม่ใช่การคุมกำเนิดตามปกติและไม่ใช่วิธีที่จะนำมาใช้ในการวางแผนครอบครัวด้วย เรามักเรียกยาเม็ด ที่ใช้เพื่อการคุมกำเนิดฉุกเฉินนี้ว่า"ยาคุมหลังร่วมเพศ" หรือ "ยาคุมชั่วคราว" หรือ "morning after" ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่สร้างความเข้าใจผิดและนำไปสู่การใช้ยาคุมฉุกเฉินผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจมีผลต่อร่างกายของผู้หญิงในระยะยาวเพราะยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่การคุมกำเนิดแบบธรรมดาที่เราคุ้นเคยกันอย่างเช่น ยาคุม 21 เม็ด หรือยาคุม 28 เม็ด แต่ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาที่ผลิตขึ้นมา โดยมีสูตรเฉพาะเพื่อให้ผู้หญิงใช้ในช่วงที่เกิดปัญหาและไม่ต้องการตั้งครรภ์เท่านั้นหากเรานำยาคุมฉุกเฉินมาใช้แทนวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดา มันจะกลายเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำไปในทันทีนั่นหมายความว่า หากคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำและใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ คุณจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์มากขึ้นเมื่อเทียบกับถ้าคุณใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดาวิธีอื่นๆ 
       ยาคุมฉุกเฉินมีส่วนผสมเช่นเดียวกับยาคุมธรรมดา แต่มีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดสูงกว่าและต้องกินหลังจากมีเพศสัมพันธ์ภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น จึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ในขณะที่ยาคุมธรรมดาต้องกินวันละ 1 เม็ด ทุกๆ วัน (กรณีแผงละ 28 เม็ด) และมีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดน้อยกว่า 
ใครควรกินยาคุมฉุกเฉิน ? 
     ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาคุมธรรมดาซึ่งที่ต้องกินเป็นประจำทุกวัน หากแต่ยาคุมฉุกเฉินมีปริมาณฮอร์โมนสูงกว่าเพราะผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ผู้หญิงที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์ในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น 
•มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิดใดๆ 
•ใช้ถุงยางแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ารั่ว/แตก/หลุดหรือไม่ 
•กินยาคุมชนิดธรรมดาอยู่ แต่ลืมเกินไปวันสองวันหรือนานกว่านั้น 
•ใส่ห่วงคุมกำเนิดแล้ว แต่มันหลุด 
•นับระยะปลอดภัย (หน้าเจ็ดหลังเจ็ด) ผิดพลาด 
•ถูกข่มขืน, มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ ไม่เต็มใจ 
ในภาวะฉุกเฉินที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ การกินยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธี หลังจากมีเพศสัมพันธ์จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 75% แต่ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำ หรือมีเป็นระยะๆ คุณควรจะใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดาซึ่งจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่าการกินยาคุมฉุกเฉิน 
วิธีการกินยาคุมฉุกเฉิน 
       ตามข้อมูลทางวิชาการ การกินยาคุมฉุกเฉินทั้งแบบฮอร์โมนผสม และแบบที่มีฮอร์โมนเดี่ยวมีวิธีการกินเหมือนกันคือ ต้องกิน 2 ครั้ง  ครั้งแรกภายในเวลา 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์  ครั้งที่สอง กินหลังจากที่กินครั้งแรกไปแล้ว 12 ชั่วโมง 
หมายความว่า ถ้ามีเพศสัมพันธ์ตอนสองทุ่ม และกินยาเม็ดแรกตอน 5 ทุ่ม จะต้องกินยาเม็ดที่สองตอน11 โมงเช้าซึ่งก็คือ 12 ชั่วโมงถัดมานั่นเอง 
อาการข้างเคียง 
       จากการศึกษาวิจัยพบว่า หลังจากกินยาคุมฉุกเฉินเข้าไปแล้ว ผู้หญิง 1 ใน 2 คนจะมีอาการคลื่นไส้และผู้หญิง 1 ใน 5 คนอาเจียน หากกินยาพร้อมกับกินอาหารตามเข้าไปด้วยก็จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ลงได้บ้างแต่ถ้าอาเจียนในช่วง 2 ชั่วโมงแรกหลังจากการกินยาเม็ดแรก ก็อาจจะต้องกินเม็ดแรกซ้ำอีกครั้ง  หลังการกินยานี้แล้ว ประจำเดือนควรจะมาภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าประจำเดือนไม่มาภายในเวลาดังกล่าวและมีอาการต่อไปนี้คือ 
•ปวดท้อง 
•เจ็บหน้าอก ไอ หรือหายใจขัด 
•ปวดหัวมาก วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย มึนงง 
•มองเห็นไม่ชัด 
•ปวดน่องหรือโคนขาอย่างหนัก 
ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นการบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์หรืออาการแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องให้แพทย์วินิจฉัย 
ยาคุมฉุกเฉินป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างไร ?
       การออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินนั้นมีลักษณะเดียวกันกับยาเม็ดคุมกำเนิดแบบธรรมดาจากการศึกษาเชิงสถิติ พบว่า ยาคุมฉุกเฉินมีการทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน อาทิเช่น ขัดขวางการตกไข่ ทำให้การตกไข่ช้าลงกว่าเดิม ขัดขวางการปฏิสนธิโดยสร้างเมือกขึ้นในท่อนำไข่ทำให้อสุจิและไข่เคลื่อนที่เข้าหากันลำบากขึ้น ขัดขวางการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วเป็นต้น กลไกการทำงานหลายทางนี้ทำให้ยาคุมฉุกเฉินมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันการตั้งครรภ์ค่อนข้างสูงถ้าใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น

         จากประเด็นคำถามเนื่องจากผู้ถามมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำ หรือมีเป็นระยะๆ คุณควรจะใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดาซึ่งจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่าการกินยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาคุมที่ผลิตขึ้นมาโดยมีสูตรเฉพาะเพื่อให้ผู้หญิงใช้ในช่วงที่เกิดปัญหาและไม่ต้องการตั้งครรภ์เท่านั้น หากเรานำยาคุมฉุกเฉินมาใช้แทนวิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดา มันจะกลายเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพต่ำไปในทันที นั่นหมายความว่า หากคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำและใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ คุณจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์มากขึ้นเมื่อเทียบกับถ้าคุณใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดาวิธีอื่นๆ ซึ่งหลังจากกินยาคุมฉุกเฉินแล้วประจำเดือนควรจะมาภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าประจำเดือนไม่มาภายในเวลาดังกล่าวและมีอาการดังต่อไปนี้ คือ ปวดท้อง เจ็บหน้าอก ไอ หรือหายใจขัด ปวดหัวมาก วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย มึนงง มองเห็นไม่ชัด ปวดน่องหรือโคนขาอย่างหนัก ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นการบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์หรืออาการแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องให้แพทย์วินิจฉัย 

ผู้ตอบ  ภญ. นพวรรณ  เอกสุวีรพงษ์

[color=blue]เอกสารอ้างอิง[/color]
Available at URL: ยาคุมฉุกเฉิน. http://www.Samunpai.com/sex/show.php?cat=3&id=27. Accessed Mar 3, 2009.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
 | พิมพ์ | 
กระโดดไป: